พุทธาภิเษกโบสถ์มหาอุตม์ หลวงพ่อรักษ์ อนาลโย

พระเครื่อง

พุทธาภิเษกโบสถ์มหาอุตม์ หลวงพ่อรักษ์ อนาลโย

พุทธาภิเษกโบสถ์มหาอุตม์ หลวงพ่อรักษ์ อนาลโย

 

วัด สุทธาวาสวิปัสสนา สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งที่ 13 ดินแดนแห่งพุทธมณฑลจังหวัดพระนคร ศรีอยุธยา ตั้งอยู่ที่ ต.ลาดบัวหลวง อ.ลาดบัวหลวง จ.พระ นครศรีอยุธยา สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย

ภายในวัดสุทธาวาสฯ มีปูชนียวัตถุที่สำคัญคือ

1.หลวงพ่อพระพุทธรำพึง เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่ของวัด

2.พระพุทธมุนี พระประธานอุโบสถ ปางประทานพร หน้าตัก 99 นิ้ว สูง 3 เมตร ประกอบพิธีเททองหล่อ มี “หลวงพ่อรักษ์ อนาลโย” เป็นประธานเททอง

3.พระบรมสารีริกธาตุ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สัณฐานเท่าเมล็ดข้าวสารจำนวน 9 องค์ ซึ่งได้รับประทานมาจาก สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

“หลวงพ่อรักษ์ อนาลโย” เจ้าอาวาสวัดสุทธาวาสวิปัสสนา ประธานจัดสร้างพุทธมณฑลพระนครศรีอยุธยา เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งที่ 13 จัดเจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศลทุกวันอาทิตย์และจัดกิจกรรมสอนการ ปฏิบัติธรรมสอนวิปัสสนากรรมฐาน ตามหลักแนวมหาสติปัฏฐาน 4 ให้แก่ผู้สนใจ

หลวงพ่อรักษ์ ใช้ระยะเวลาระดมทุนในการจัดซื้อที่ดินเป็นเวลา 26 เดือน ใช้เงินทั้งสิ้น จำนวน 15,230,715 บาท โดยได้รับจากการบริจาคทำบุญทอดกฐินผ้าป่าและการร่วมทำบุญบูชาวัตถุมงคลรุ่น ต่างๆ ที่ทางวัดจัดสร้างขึ้น เพื่อใช้สร้างอาคารเสนาสนะ ดังนี้

1.สร้างพุทธมณฑลจังหวัด เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้พระพุทธศาสนา พระมหาธาตุเจดีย์สูง 130 เมตร เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้รับประทานมาจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

ส่วนชั้นที่ 1 ของพระมหาธาตุเจดีย์คือ จัดแสดงเรื่อง ภพ-ภูมิ การเวียนว่ายตายเกิดของสรรพชีวิตทั้งปวง ชั้นที่ 2 คือ จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของสถาบัน ทั้ง 3 ของประเทศ 1.2 แสดงประวัติความเป็นมาของพระพุทธศาสนา และ 1.3 จัดแสดงพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ ของสถาบันพระมหากษัตริย์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ชั้นที่ 3 จัดแสดงประวัติพระพุทธรูปปางต่างๆ อันเป็นพุทธจริยวัตรของพระพุทธเจ้า 68 ปาง และส่วนชั้นที่ 4 ของพระมหาธาตุเจดีย์ ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เพื่อให้สาธุชนได้กราบไหว้บูชา และภายนอกจะประดิษ ฐานพระพุทธรูปปางลีลา (ประทานพร) ซึ่งประดิษฐานอยู่ในซุ้มทิศทั้งสี่ของพระมหาธาตุเจดีย์ เปรียบเสมือนประทานพร 2.สร้างสถานที่ปฏิบัติธรรม

ในวันที่ 7 มิถุนายน 2554 (ขึ้น 6 ค่ำ เดือน 7) ตรงกับฤกษ์ สำเภาพ่อค้า ซึ่งเป็นฤกษ์ยามที่อุดมมงคลที่สุด ในตำราโบราณกล่าวว่า เป็นฤกษ์ที่เหมาะ สำหรับทำมาค้าขาย ร่ำรวยเจริญรุ่งเรือง ซึ่งจะส่งอิทธิคุณให้พระเครื่องที่จะประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษกนั้น ผู้ใดมีไว้บูชาจะอุดมไปด้วยโภคทรัพย์

หลวงพ่อรักษ์ ได้จัดพิธีกรรมพุทธาภิเษกพระเครื่องขึ้นภายในพระอุโบสถมหาอุตม์ตามแบบโบราณ ซึ่งมีความเชื่อกันว่า พระเครื่องที่ ปลุกเสกในพระอุโบสถมหาอุตม์ ในขณะประกอบ พิธีกรรมปลุกเสกคาถาอาคมต่างๆ ที่พระเกจิคณาจารย์นั่งบริกรรม จะไม่ออกไปไหน จะอยู่ในพระเครื่องทั้งหมด

เวลา 16.09 น. “พระพรหมเวที” เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เจ้าคณะภาค 8 กรรมการมหาเถรสมาคม เมตตาเป็นประธานจุดเทียนชัย จากนั้น หลวงพ่อรักษ์ นั่งปรกอธิษฐานจิตปลุกเสกบริกรรมเดี่ยว

เวลา 17.39 น. พระเทพภาวนาวิกรม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เมตตาประกอบพิธีดับเทียนชัย

ส่วน พิธีหล่อพระปางประจำวันศุกร์ วันเสาร์ และพระเกตุ กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 19 มิ.ย. 2554 เวลา 15.39 น. มี “พระพรหมดิลก” เจ้าคณะภาค 14 กรรมการมหาเถรสมาคม วัดสามพระยา กรุงเทพฯ เป็นประธานเททอง พระเครื่องที่จัดสร้างเป็นที่ระลึกในครั้งนี้ประกอบไปด้วย พระนาคปรก รุ่นนาคาคุ้มภัย วัตถุประสงค์เพื่อจัดซื้อที่ดินสร้างโรงทาน

พระเครื่องสี วลีรุ่นไม่มีอด วัตถุประสงค์สมทบทุนปั้นลายหน้าบันพระอุโบสถ เฉลิมพระเกียรติ เหรียญมหาลาภหลวงพ่อรักษ์ วัตถุประสงค์หาทุนทรัพย์ในการซื้อที่ดินสร้างเจดีย์ พระพิฆเนศนาค ปรกรุ่นทวีสุข วัตถุประสงค์สมทบทุนซื้อที่ดินสร้างศาลาปฏิบัติธรรม

ดังนั้น ขอเชิญพุทธศาสนิกชนทุกท่านร่วมพิธีเททอง หล่อพระพุทธรูปปางประจำวันศุกร์-วันเสาร์-พระเกตุ รวม 3 องค์ ขนาดหน้าตัก 30 นิ้ว เพื่อประดิษฐานในพิพิธภัณฑ์ พระพุทธรูป 68 ปาง ในพระมหาธาตุเจดีย์ ท่านสามารถเข้าร่วมพิธี และเขียนชื่อ-วันเดือนปีเกิดของท่านลงในแผ่นทองแล้วนำมาหล่อพระได้ในวันงาน เป็นการเสริมบุญเสริมบารมีเสริมดวงต่อชะตาเป็นมงคลแก่ชีวิตยิ่งนัก

 

บทความพระเครื่อง

พิธีเททองหล่อเทพพระราหู เพื่อประดิษฐาน 4 ภาค

บทความพระเครื่อง

พิธีเททองหล่อเทพพระราหู เพื่อประดิษฐาน 4 ภาค

 

พิธีเททองหล่อเทพพระราหู เพื่อประดิษฐาน 4 ภาค

บทความพระเครื่องเมื่อ เร็วๆ นี้ “สถาบันพยากรณ์ศาสตร์” นำโดย โหรฟันธง-อาจารย์ลักษณ์ เรขานิเทศ ได้จัดพิธีมหามงคลไหว้ครู บูรพาจารย์ พิธีเจริญมนต์นพเคราะห์ พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา เพื่อให้เกิดสิริมงคลแก่ประเทศไทย จัดอย่างยิ่งใหญ่ที่วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน กรุงเทพฯ โดยมีประชาชนร่วมพิธีอย่างล้นหลาม รถติดตั้งแต่วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน ถึงอนุสาวรีย์หลักสี่

ถือว่าเป็นมหามงคลพิธีที่ยิ่งใหญ่ ที่ทำบุญให้แก่ประเทศชาติ และถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีส่งและรับพฤหัสบดีเข้าสู่ชะตาเมือง โดยในวันพิธีดังกล่าว มีพิธีไหว้ครูบูรพาจารย์ ทำพิธีเททองหล่อ พระพุทธพฤหัสบดีศรีรัตนโกสินทร์ เททองหล่อพระกริ่งบรมครู เพื่อเป็นกำลังแผ่นดิน ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา บิดามารดา คุรุปัชฌายาจริยะและกษัตริยบูชา เป็นมหามงคล

อาจารย์ ลักษณ์ กล่าวว่า วันที่ 24 พฤษภาคม 2554 ถือเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งตามหลักการโคจรดวงดาวในทางโหราศาสตร์ กล่าวคือ ดาวราหูย้ายราศี จากราศีธนูไปสู่ราศีพิจิก ได้ตำแหน่งเป็น “มหาอุจ” ส่งผลต่อชะตาเมืองและชะตาบุคคลใน 12 ราศี ตำแหน่งของราหู “มหาอุจ” คือตำแหน่งที่โดดเด่นหรือตำแหน่งที่ยิ่งใหญ่

ใน ทางโหราศาสตร์ ดาวใดที่ได้ตำแหน่งมหาอุจนั้น ถือว่าเป็นตำแหน่งที่โดดเด่นที่สุด แล้วจะให้คุณให้โทษได้มากที่สุด ราหูจะมีวิถีแห่งการโคจรผ่านรอบจักรราศีหนึ่ง ใช้เวลา 18 ปี กล่าวคือ ใน 1 ราศี จะใช้เวลาโคจรประมาณ 1 ปีครึ่ง 12 ราศีก็เท่ากับ 18 ปี ในห้วงเวลาของวันที่ 24 พฤษภาคม 2554 เป็นต้น ใครที่เคยเกิดเมื่อ 18 ปีที่แล้ว เมื่อ 36 ปีที่แล้ว จะมีราหูได้ตำแหน่งนี้แหละ และราหูที่ได้ตำแหน่งตรงนี้ ก็จะเป็นตำแหน่งที่สำคัญ กล่าวคือ จะบันดาลให้เกิดโชคลาภ บันดาลให้เกิดความเป็นสิริมงคลตามอิทธิฤทธิ์ของเทพพระราหู และที่สำคัญ เป็นตำแหน่งที่ส่งผลดีต่อดวงเมืองประเทศไทย และส่งผลดีต่อประชาชนผู้ประกอบกุศลวัตร ทำคุณงามความดี และมีวิริยะ อุตสาหะ

สำหรับ “เทพพระราหู” นั้นมีอยู่ในทุกประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะจะเห็นว่าเทพพระราหูจะอยู่สถิตหน้าบันพระอุโบสถ ประตูเทวสถาน หรือพุทธสถาน ที่มหาเจดีย์ชเวดากอง ทางทิศเหนือ ก็จะมีเทพพระราหูอยู่ด้านบนเจดีย์, นครวัด นครธม ก็มีภาพเทพพระราหูอยู่แทบทุกหนแห่ง, ยิ่งมหาเจดีย์บุโรพุทโธ จะมีเทพพระราหูอยู่ตามซุ้มประตูอันศักดิ์สิทธิ์ ถือว่าเทพองค์นี้มีฤทธิ์ที่อยู่คู่กับโลกใบนี้มาช้านาน และมีประวัติมานับพันปีแล้ว จึงเป็นเหตุผลที่พระราหูจึงควรสถิตอยู่คู่กับพระพุทธศาสนา เพราะมีความเชื่อของเทพพระราหูในการคุ้มครองป้องกันมิให้เกิดเหตุเภทภัยกับ พระพุทธศาสนาและสาธุชนทั้งหลาย และเป็นคติความเชื่อในเรื่องของการคุ้มครองผู้นับถือพระพุทธศาสนาและพระพุทธ ศาสนาให้ดำรงคงอยู่ด้วยบารมีของพระราหู ด้วยความเชื่อในทางโหราศาสตร์ ตามปรัชญาทางโหราศาสตร์ก็มีการกล่าวถึงพระราหูในตำนานของนพเคราะห์ และประวัติในทางพระพุทธศาสนา

ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของ โครงการการสร้างเทพพระราหู 4 องค์ เพื่อประดิษฐานใน 4 พระอารามที่สำคัญ โดยสถาบันพยากรณ์ศาสตร์ เริ่มโครงการนี้ โดยองค์ที่ 1 จะนำไปประดิษฐานภาคกลาง ณ วัดป่าธรรมโสภณ จ.ลพบุรี ทำพิธีเททอง ณ วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม, องค์ที่ 2 ภาคเหนือ ประดิษฐาน และเททอง ณ วัดพระธาตุหริภุญชัย จ.ลำพูน จะมีเททองในวันที่ 23-24 กรกฎาคม 2554, องค์ที่ 3 ภาคใต้ จะนำไปประดิษฐานและประกอบพิธีเททอง ณ วัดนางพระยา จ.นครศรีธรรมราช ประมาณเดือนตุลาคม องค์ที่ 3 ภาคอีสาน จะนำไปประดิษฐานและประกอบพิธีเททอง ณ วัดศาลาลอย จ.นครราชสีมา ประมาณเดือนพฤศจิกายน สร้างให้ครบ 4 ภาค เพื่อเป็นกำลังแผ่นดิน และถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 84 พรรษา

บทความพระเครื่องเมื่อ วันที่ 24 พฤษภาคม ได้มีพิธีเททองหล่อเทพพระราหู เพื่อประดิษฐาน 4 ภาค, พิธีเจริญพุทธมนต์มหาสมัยสูตร และมหาพุทธมนต์มหาราช (ภาณยักษ์) และพิธีนพเคราะห์มังคลาภิเษก มีการแสดงโขนสดตอนกำเนิดเทพพระราหู สมโภชอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อให้ผู้ที่ร่วมพิธีได้เกิดสิริมงคล ผู้ที่ได้เข้าร่วมในพิธีสวดบูชาเทวดานพเคราะห์คือเทวดาทั้ง 9 องค์

โดย เฉพาะการส่งและการรับเทพพระราหูจากราศีธนูสู่ราศีพิจิก ชาวราศีธนูกับราศีมิถุนก็จะพ้นเคราะห์โพยภัย ชาวราศีพิจิกกับพฤษภก็จะมีเหตุเภทภัยบางประการ แต่ได้ร่วมพิธีอันเป็นมหามงคล เรียกว่า “สวดมหาพุทธมนต์นพเคราะห์” ก็จะเกิดความเป็นสิริมงคล

บทความพระเครื่อง

 

เหรียญพระกันทรวิชัย รุ่นเปิดศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม

บทความพระเครื่อง

เหรียญพระกันทรวิชัย รุ่นเปิดศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม

เหรียญพระกันทรวิชัย รุ่นเปิดศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม
เหรียญพระกันทรวิชัย รุ่นเปิดศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม

พ.ศ.2540 จังหวัดมหาสารคามได้ก่อสร้างศาลากลางจังหวัดหลังใหม่แทนหลังเก่าที่ทรุดโทรม ก่อสร้างแล้วเสร็จในปีพ.ศ.2542 เพื่อเฉลิมพระเกียรติ ในวโรกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนม พรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม 2542 และเพื่อเป็นที่ระลึกในวโรกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เปิดศาลากลางจังหวัดมหาสารคามหลังใหม่

โอกาสนี้ จังหวัดมหาสารคามได้จัดสร้างวัตถุมงคลเหรียญพระกันทรวิชัย รุ่นเปิดศาลากลางจังหวัด

เหรียญ รุ่นนี้ จัดสร้างจากแผ่นทอง เงิน ทองแดง ได้รับความเมตตาลงอักขระเลขยันต์จากพระเกจิคณาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมสายอีสาน อาทิ พระธรรมโสภณ วัดสุทธจินดา จ.นครราชสีมา, หลวงปู่ศรี มหาวีโร วัดป่ากุง จ.ร้อยเอ็ด, หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ จ.นครราช สีมา เป็นต้น

ลักษณะ เหรียญเป็นรูปไข่ ยกขอบไม่มีหูห่วง จัดสร้างเนื้อทองคำหนัก 22 กรัม ตามจำนวนสั่งจอง บูชาเหรียญละ 9,999 บาท เนื้อเงินสร้างจำนวน 2,000 เหรียญ บูชา 399 บาท เนื้อนวโลหะจำนวน 1,000 เหรียญ บูชา 299 บาท เนื้อทองแดงจำนวน 5,000 เหรียญ บูชา 29 บาท

ด้านหน้าเหรียญ จำลองประยุกต์จากต้นแบบพระพิมพ์ดินเผาที่ขุดพบ ณ บ้านโนนเมือง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ที่ใต้บัลลังก์มีตัวอักษร เขียนคำว่า พระกันทรวิชัย

ด้านหลังเหรียญ จากด้านซ้ายของเหรียญมีตัวอักษรโค้งลงไปด้านล่างวนขึ้นไปด้านขวา เขียนคำว่า “พิธีเปิดศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม พ.ศ.๒๕๔๒” บริเวณกลางเหรียญมีตรา ภปร. “พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๒” ด้านหลังทุกเหรียญตอกโค้ด “มค.”

สำหรับรูปแบบพระประธาน “พระพุทธกันทรวิชัย อภิสมัยธรรมนายก” ได้ประยุกต์จากต้นแบบพระพิมพ์ดินเผาที่ขุดพบ ณ บ้านโนนเมือง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม พุทธศิลปะสมัยทวารวดี หรือสมัยปาละวะของอินเดีย อายุราวพุทธศตวรรษที่ 14 เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิเพชร เป็นที่ยอมรับว่ามีคุณค่าทางศิลปะและปรัชญาสูงส่ง ประกอบพิธีพุทธาภิเษก เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2542 ณ ลานโพธิ์วัดพุทธมงคลบ้านสระ ต.คันธาราษฎร์ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ภายหลังเสร็จพิธีพุทธาภิเษกได้นำออกให้เช่าบูชา ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากชาวเมืองมหาสารคามเป็นอย่างยิ่ง

เหรียญรุ่นดังกล่าว ในวงการพระเครื่อง เรียกว่า “เหรียญรุ่นเปิดศาลากลาง 42″  ปัจจุบันราคาเช่าหาเหรียญพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื้อทองคำแตะหลักหมื่นกลาง เนื้อเงินหลักพันต้น เนื้อนวโลหะและทองแดงหลักร้อยกลาง  เป็นสุดยอดวัตถุมงคลอีกรุ่นหนึ่ง ผู้มีไว้บูชาย่อมเป็นมงคลแก่ตัวเองและครอบครัว

บทความพระเครื่อง

พระโอวาทสังฆราชวันวิสาขบูชา 2554

บทความพระเครื่อง

พระโอวาทสังฆราชวันวิสาขบูชา 2554

พระโอวาทสังฆราชวันวิสาขบูชา 2554

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก


สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระโอวาท วันวิสาขบูชา 2554 ใจความว่า วันวิสาขบูชาเป็นวันที่มีความสำคัญที่สุดสำหรับพุทธ ศาสนิกชนทั่วโลก เพราะเป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน พระองค์ทรงเป็นพระบรมศาสดาผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระคุณอันประเสริฐ 3 ประการ คือ พระปัญญาคุณ พระบริสุทธิคุณ และพระมหากรุณาธิคุณ ต่อทวยเทพ มวลมนุษย์และสรรพสัตว์ เนื่องด้วยพระพุทธศาสนามีคุณูปการอันใหญ่หลวง ซึ่งอำนวยประโยชน์เกื้อกูลความเจริญรุ่งเรืองและความสงบร่มเย็นแก่นานา อารยชนมาตลอดระยะเวลากว่า 2,500 ปี ฉะนั้น เมื่อวันวิสาขบูชา พุทธศักราช 2554 มาถึง ควรที่เราทั้งหลายจะได้ทำการบูชาและน้อมรำลึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พร้อมทั้งพระธรรมและพระอริยสงฆ์ เพื่อน้อมนำมาเป็นที่พึ่งของตน เป็นแนวทางในการปฏิบัติดำเนินชีวิต เพื่อความสวัสดีและความสงบร่มเย็นแก่เพื่อนร่วมโลกสืบไป ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและบุญกุศล อำนวยให้ทุกท่านเจริญด้วยสุขสิริสวัสดิ์พิพัฒนชัยมงคลตลอดไปโดยทั่วกัน

บทความพระเครื่อง