สามไตร (2) คอลัมน์ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต ป.ธ๙)


สามไตร (2)
คอลัมน์ พระพรหมคุณาภรณ์

(ป.อ.ปยุตโต ป.ธ๙)

http://www.AmuletCenter.com  พระเครื่อง โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
พระพรหมคุณาภรณ์

(ป.อ.ปยุตโต ป.ธ๙)

ยกตัวอย่างเช่น เวลาเข้าที่ประชุมก็จะมีการถกเถียงกัน หาข้อมูล หาความจริง หามติที่จะทำการได้ ให้เป็นประโยชน์ในการแก้ไขปัญหา

ถึง ตอนนี้ก็อยู่ที่ใจของคนที่เข้าประชุม ถ้าใจของทุกคนที่เข้าประชุมมีจุดหมายอันหนึ่งที่มุ่งไป ซึ่งอาจจะเป็นตัวความจริงที่ต้องการรู้ หรือมุ่งไปที่ประโยชน์ของส่วนรวม ถ้าใจที่มุ่งหมายนั้นแรงกล้ามาก จะทำให้แต่ละคนยอมสละความรู้สึกเกี่ยวกับตัวตนได้

ถึงแม้จะเถียง กันอย่างไรก็ตาม ถ้าเขาเห็นแก่ความจริงหรือเห็นแก่ประโยชน์ร่วมกันนั้นแรงกล้า ถ้าใจเขามุ่งหาความจริงอย่างแน่วแน่ ใจเขามุ่งเอาธรรมะแล้ว อย่างนี้เรียกว่าถือธรรมเป็นใหญ่

ถ้าใจมุ่งไปที่ธรรมเป็นจุดหมายอย่างแรงกล้าแล้ว เขาจะไม่รู้สึก ไม่นึกถึง ไม่ใส่ใจการกระทบกระทั่งส่วนตัว ถึงจะมีการพูดจารุนแรง หรือมีความเห็นไม่ลงกัน อะไรก็ตาม ก็ไม่เป็นไร เขาจะยอมได้ ทุกคนยอมได้เพื่อเห็นแก่สิ่งสูงสุดที่เป็นเป้าหมายนั้น ตรงนี้แหละจะสำเร็จ

แต่ถ้าไม่มีสิ่งสูงสุดนี้การประชุมนั้นจะกลายเป็นการเอาแพ้เอาชนะ กัน เป็นการแสดงว่าฉันเก่งกว่า เหนือกว่า เกิดการกระทบกระทั่งโกรธเคืองอะไรต่างๆ แล้วก็จะมีปัญหาในการประชุม

ดัง ได้พบกันว่า ในเมืองไทยเรามีปัญหาเรื่องนี้มาก คือเวลาประชุมกันก็ออกนอกเรื่องบ้าง ทะเลาะกันบ้าง มัวอวดภูมิบ้าง ก็เลยไม่ได้มติที่เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมเท่าที่ควร เพราะคนมัวติดความรู้สึกว่าจะเสียศักดิ์ศรี หรือจะเอาแพ้เอาชนะกัน ก็เลยเกิดเถียงกัน โกรธกัน เสียเรื่องไป แทนที่จะเข้าสู่เรื่องที่ต้องการ แทนที่จะได้มติที่เป็นประโยชน์ ก็ไม่ได้ ตรงนี้เป็นจุดหนึ่งที่พูดกันว่าเหมือนกับเราแพ้ฝรั่ง

ฝรั่งเขา เถียงกันอย่างไร จะหน้าดำหน้าแดงว่ากันไป ก็เอาเฉพาะเนื้อหาแท้ๆ ไม่มายุ่งกับเรื่องตัวบุคคล และเถียงกันก็ไม่โกรธกัน ออกจากที่ประชุมไปแล้วก็แล้วกันไป

แต่ของเรานี่ เวลาเถียงกันจะมีความรู้สึกกระทบกระทั่งที่ตัวตนมาก ส่วนความรู้สึกที่มุ่งไปสู่จุดหมาย จะเป็นการหาความจริง หรือเรื่องประโยชน์ส่วนรวมก็ตาม ก็เลยหายไป มาติดอยู่แค่ความรู้สึกกระทบกระทั่งส่วนตัว

ฉะนั้นจะต้องมีสิ่ง หนึ่งที่เรายอมรับสูงสุดขึ้นมาเหนือตัวตน ที่จิตของเราไปจับไปยึด หรือเป็นความหมายมุ่งอย่างแรงกล้าของจิตใจ ที่จะทำให้เราลอยพ้นเหนือความรู้สึกยึดติดในตัวตน

เรื่องความ สามัคคีก็อย่างเดียวกันนี้แหละ เราจะต้องมีอะไรอย่างหนึ่งที่ทุกคนรู้สึกว่าสำคัญ มีความรู้สึกรัก หรือมองเห็นความหมายแก่ชีวิต และแก่สังคมอย่างสูง จนกระทั่งลอยพ้นเหนือความรู้สึกยึดถือในตัวตน

ถ้าได้หลักนี้มาแล้ว เราจึงจะสามารถมีความสามัคคีที่แท้จริง ถึงตอนนั้นความรู้สึกที่เกี่ยวกับตัวตน ที่จะยึดในตัวตน ที่จะให้ความรู้สึกว่ายอมกันไม่ได้ ก็จะหายไป เราจะยอมกันได้

คน ไทยมีลักษณะที่ยอมกันไม่ได้นี้แรงมาก จึงต้องมีสิ่งที่สูงกว่าเหนือกว่าตัวตนขึ้นมายกใจให้หลุดขึ้นไป ที่เราจะยอมสละตัวตนให้กับสิ่งนั้นได้

คนไทยเรามีความรู้สึกผูกพัน ต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดอย่างสูงเช่นนั้นหรือไม่ เราจะต้องหาจุดมุ่งอันนี้ให้ได้ ถ้าหาจุดมุ่งจุดมั่นที่รวมใจนี้ไม่ได้ความสามัคคีก็ไม่สำเร็จ

ลอง สำรวจดู เช่นว่า ความรู้สึกผูกพันกับความเป็นไทยมีแรงกล้าพอไหม ถ้าความเป็นไทยแรงกล้าเหนือความรู้สึกยึดมั่นในตัวตนเมื่อไร เมื่อนั้นเราจะยอมกันได้ ยอมกันได้เพื่อเห็นแก่ประโยชน์ของชาติไทย อย่างนี้เป็นต้น

ในเมืองไทยเราจะยอมกันไม่ได้ในยามปกติ ต้องรอต่อเมื่อมีเหตุเภทภัยแก่ประเทศชาติอย่างเห็นชัดเจนเฉพาะหน้าจึงจะยอม ตัวให้ แต่ในเรื่องระยะยาวแล้วเราไม่ค่อยจะยอม ทำไม่ค่อยได้ ฉะนั้นจะต้องปลูกฝังความรู้สึกนี้ขึ้นมา

รวมความโดยสาระว่า จะต้องมีสิ่งหนึ่งที่เรามองเห็นความหมายให้ความสำคัญอย่างสูงสุด เหนือกว่าตัวตนของเราแต่ละคน ซึ่งจะทำให้เราข้ามพ้นหรือยอมสละตัวตนของเราเพื่อสิ่งนั้นได้ เมื่อนั้นแหละความสามัคคีที่แท้จริงจึงจะเกิดขึ้นได้

ถ้าไม่มีสิ่ง นี้แล้วคนสามัคคีกันจริงได้ยาก เพราะว่าตัวตนยังเป็นสิ่งสูงสุดของแต่ละคน เมื่อแต่ละคนยึดมั่นในตัวตน ความกระทบกระทั่งตัวตนก็ย่อมมีขึ้นได้ง่าย แล้วก็รู้สึกที่จะผูกพันเอาตัวตนไว้ก่อนอย่างอื่น

วัตถุมงคล พระเครื่อง

พระเครื่อง

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s