เปิดตำนาน”ทิ้งกระจาด” งานบุญต่อชะตา-วัดไผ่ล้อม

เปิดตำนาน”ทิ้งกระจาด” งานบุญต่อชะตา-วัดไผ่ล้อม

http://www.Amuletcenter.com
เปิดตำนาน”ทิ้งกระจาด” งานบุญต่อชะตา วัดไผ่ล้อม

ใน ปี 2553 วัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม นำโดย พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) ศิษย์ของหลวงพ่อพูล เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม กำหนดจัดงาน “พิธีทิ้งกระจาด” ประจำปี 2553 ในวันพฤหัสบดีที่ 26 และวันศุกร์ที่ 27 สิงหาคม 2553 และจัดกิจกรรมทำบุญข้าวสารอาหารแห้ง อุปกรณ์การเรียน และเงินสนับสนุน ให้กับโรงเรียนและนักเรียนที่ขาดแคลน เป็นการให้ทานที่ยิ่งใหญ่ ได้กุศลผลบุญ อีกทั้งยังเป็นการสะเดาะเคราะห์ต่อชะตาอานิสงส์ แก่ญาติโยมพุทธศาสนิกชนและประชาชน ทั่วไป

พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับพิธีการทิ้งกระจาด ได้มีบันทึกไว้ในพระสูตรว่า ครั้งหนึ่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จประทับที่นิโครธาราม เมืองกบิลพัสดุ์ พร้อมด้วยพระภิกษุสดับพระสัทธรรมเทศนา เวลานั้นพระอานนท์ เข้าไปนั่งสมาธิ อยู่ในที่สงัดแต่ผู้เดียว ครั้นเวลาดึกสงัด องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ทัศนาอสุรกาย ร่างกายซูบผอมและมีเพลิงพุ่งออกมาจากปาก ลำคอเท่ารูเข็ม ผมบนศีรษะรุงรัง มีเขี้ยวงอกออกจากปากน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก อสุรกายยืนประนมมือบอกพระอานนท์ว่า ยังอีก 3 ราตรีท่านก็จะถึงแก่มรณภาพ แล้วต้องมาอยู่ในหมู่อสุรกายดังเช่นข้าพเจ้านี้ เมื่อพระอานนท์ได้ฟังอสุรกายบอกดังนั้น บังเกิดความหวาดเสียว กลัวต่อมรณภัย เพราะยังเป็นปุถุชนอยู่ ท่านจึงถามอสุรกายนั้นว่าจะทำประการใดจึงจะพ้นจากความตาย และพ้นทุกข์

อสุรกาย ตอบว่า ถ้าพระผู้เป็นเจ้าอยากให้พ้นกองทุกข์ ให้กระทำพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา และบริจาคทานให้แก่ยาจกเข็ญใจที่อดอยากและแผ่กุศลไปให้แก่พวกอสุรกายทั้ง หลาย ท่านก็จักได้มีอายุยืนยาวนาน ส่วนอสุรกายก็จักได้พึ่งผลกุศลที่ท่านอุทิศให้ ก็อาจพ้นจากกองทุกข์ถึงสุคติได้

เมื่อ พระอานนท์ได้ฟังอสุรกายกล่าวดังนั้น จึงได้นำความมากราบทูลองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตามคำที่อสุรกายกล่าว นั้น และขอให้ ทรงช่วย

ท่านจึงมีพระพุทธฎีกาตรัสแก่พระอานนท์ ว่าดูก่อนอานนท์ อย่าได้มีความหวาดเกรงกลัวไปเลย เราตถาคตจะชี้ทางให้ เพื่อบริจาคทานให้แก่หมู่อสุรกายและพวกพราหมณ์

เมื่อพระอานนท์บริจาค ทาน แล้วจักพ้นภัย ดังที่กล่าวแล้วนั้น แต่การที่จักบริจาคให้ทั่วถึงอสุรกายนั้นยาก เพราะพวกอสุรกายนั้นสร้างกรรมไว้มาก จึงไม่สามารถบริโภคได้ ต้องตั้งพิธีประชุมอริยเจ้าทั้งหลายมาเจริญพระคาถา ด้วยอำนาจพระคาถานี้อาจให้ทั่วถึงหมู่อสุรกายทั้งหลายได้ ส่วนอานนท์ก็จักได้มีอายุยืน

เมื่อพระอานนท์ได้สดับพระพุทธพจน์ดัง นั้นแล้ว พระผู้เป็นเจ้าจึงจัดทำเครื่องสักการบูชาและเครื่องอุปโภคบริโภคพร้อมแล้ว พระผู้เป็นเจ้าก็ตั้งพิธีสันนิบาตพุทธจักร ณ ที่ควร จึงกระทำสักการบูชาพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆ์เจ้า มีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธานในการนี้ เมื่อพระอานนท์ผู้เป็นเจ้าบริจาคทานและอุทิศส่วนกุศลไปให้หมู่อสุรกายครั้ง นั้น โดยได้พึ่งอำนาจพระบารมีอภินิหารแห่งพระรัตนตรัยทั้งสาม และอำนาจพระคาถานั้น จึงบันดาลให้ทั่วถึงหมู่อสุรกายทั้งหลาย ได้รับผลทานอันนี้แล้วไปสู่สุคติ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงมีพระพุทธฎีกาตรัสแก่พระอานนท์ว่า ดูกรอานนท์ จงรู้เถิดเราตถาคตจะแสดงให้ทราบ เมื่ออดีตกาลล่วงแล้วครั้งนั้น เราตถาคตเกิดในตระกูลพราหมณ์ อยู่ในสำนักพระโพธิสัตว์ พระโพธิสัตว์องค์นี้เมื่อผู้ใดบริจาคทานแก่หมู่อสุรกายใดๆ แล้ว พระองค์อ่านพระคาถา สวดขึ้นด้วยอำนาจพระคาถานั้นอาจให้ทั่วถึงหมู่สัตว์อสุรกายทั้งหลาย

เรา ตถาคตจึงนำมาแสดงแก่อานนท์ในกาลบัดนี้ และอานนท์จึงรู้ซึ่งอสุรกายที่มาบอกแก่อานนท์ ว่ายังอีก 3 ราตรี อานนท์ก็จักถึงแก่มรณะนั้น หาใช่อื่นไกลไม่คือพระโพธิสัตว์นั้นเอง พระโพธิสัตว์องค์นี้เธอปรารถนาจะโปรดทั้งมนุษย์และอบายสัตว์ทั่วๆไป ด้วยพรหมวิหารคือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ทั้ง 4 อย่างนี้บริบูรณ์อยู่ในเธอ เธอจึงได้แบ่งภาคมาบอกแก่อานนท์ เพื่อจะได้เป็นต้นบริจาคทานต่อๆ ไป

เพราะเหตุนี้ การบริจาคทานทิ้งกระจาดจึงต้องมีรูปยมราช คือพระโพธิสัตว์แบ่งภาคเป็นประธาน สำหรับแจกเครื่องไทยทานทิ้งกระจาด ปฐมพิธีทิ้งกระจาดนั้นมีอาสนะตั้งเป็นชั้นสูงกลางต่ำตามสำดับดังนี้ คือองค์ที่สถิตอยู่ชั้นสูงนั้น สมมติสนองพระโอษฐ์ว่าที่พระ คือองค์พระสักยมุนีโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเครื่อง องค์ที่สถิตอยู่ ณ ชั้นรองเยื้องขวานั้น สมมติสนองพระโอษฐ์ว่าที่พระคือ “พระวิปัสสีทรงเครื่อง”

สำหรับการบำเพ็ญกุศล ทิ้งกระจาดไทยทานนั้น ในทางพระพุทธศาสนา ถือว่ามีอานิสงส์อันไพศาล เนื่องเพราะเป็นการเชิญทั้ง 3 ภพ 3 ภูมิ ให้มาร่วมอนุโมทนาบุญโดยเป็นการอัญเชิญหมู่ทวยเทพยดาทั้งหลาย ให้ลงมาช่วยกันประกอบพิธีช่วยเหลือดวงวิญญาณไร้ญาติ ที่ตกทุกข์ได้ยาก ไม่มีใครอุทิศส่วนกุศลให้

อีกทั้งดวงวิญญาณทั้งหลายที่รับทุกขเวทนาในนรกภูมิ โดยปกติแล้วเทวดาไม่อาจสร้างบุญกุศลเองได้ ต้องอาศัยกายมนุษย์เป็นสื่อ

อีก ทั้งเป็นการบอกกล่าว ต่อผู้คนทั้งหลายผู้ใจบุญมีจิตศรัทธาร่วมกันบริจาคข้าวของเงินทอง ในการประกอบพิธีมหากุศลในครั้งนี้ อีกทั้งยังบอกกล่าวต่อผู้ตกทุกข์ ได้ยากให้มารับบริจาคเครื่องอุปโภคบริโภค เป็นการบรรเทาความทุกข์

เป็นการบอกกล่าวต่อดวงวิญญาณทั้งหลายที่มีญาติก็ดี ไม่มีญาติก็ดี ให้ได้มารับเครื่องเซ่นสังเวย เสื้อผ้าเงินทอง ซึ่งผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลายได้ร่วมกันบำเพ็ญอุทิศให้ อีกทั้งยังทำพิธีเปิดประตูนรก ให้สัตว์นรกทั้งหลายได้ขึ้นมาอนุโมทนาบุญ สุดท้ายก็จะทำพิธีส่งดวงวิญญาณทั้งหลายให้ได้ไปสู่ภพภูมิที่สูงขึ้น

การ บริจาคข้าวสารอาหารแห้ง เสื้อผ้ากระดาษ ถ้าจะอุทิศให้ญาติผู้เสียชีวิตไปแล้ว ก็ให้เขียนชื่อญาติของตนลงบนถุงข้าวสาร และห่อเสื้อผ้า อานิสงส์จะทำให้ดวงวิญญาณนั้น ไม่อดไม่อยากไม่ร้อนไม่หนาวอีกต่อไป

แต่ ถ้าเขียนชื่อตัวผู้บริจาคเอง อานิสงส์จะบันดาลให้ผู้นั้นมีกิน มีใช้ ตลอดไป ไม่เจ็บ ไม่ป่วย อีกทั้งยังเป็นการสะเดาะเคราะห์ต่อชะตาอีกทางหนึ่งด้วย โดยการอธิษฐานจิตว่าในวันนี้ข้าพเจ้า บอกชื่อนามสกุล ได้ร่วมบำเพ็ญกุศล ณ วัดไผ่ล้อมแห่งนี้ ขอสรรพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายได้เป็นพยาน อีกทั้งคุ้มครองให้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสมาร่วมบำเพ็ญกุศลนี้ในปีหน้าด้วย

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s