พุทธกับไสยไปด้วยกัน

พุทธกับไสยไปด้วยกัน

บทความพระเครื่อง

พุทธกับไสยไปด้วยกัน

คําว่า “พุทธกับไสยไปด้วยกัน” น่าจะเป็นที่คุ้นเคยสำหรับชาวพุทธในประเทศไทยกันเป็นอย่างดี เนื่องจากวิถีทางความเชื่อที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา ไม่ใช่เพียงความเชื่อในคำสอนทางพุทธศาสนาเพียงอย่างเดียว แต่ยังแฝงไว้ซึ่งความเชื่อด้านไสยศาสตร์ ความศักดิ์สิทธิ์ และปาฏิหาริย์ต่างๆ เช่น การตั้งเครื่องเซ่นไหว้เจ้าที่เจ้าทาง เจ้าป่าเจ้าเขา, การทรงเจ้าเข้าทรง, การบูชาองค์ทวยเทพต่างๆ โดยเฉพาะทางศาสนาพราหมณ์ หรือแม้แต่ความเชื่อถือในเรื่องเครื่องรางของขลัง ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เป็นความเชื่อที่ผสมผสานกันมาตั้งแต่โบราณกาลแล้ว จาก “นิกายมนตรยาน” ที่แตกแขนงมาจากลัทธิตันตระ นั่นเอง

“ลัทธิ ตันตระ หรือ ตันตริก” เป็นนิกายหนึ่งของพุทธศาสนาแบบมหายานที่เผยแพร่อยู่ทั่วไปใน ทิเบต ภูฏาน และจีน ซึ่งจะให้ความสำคัญต่อการแสดงออกทางร่างกายในท่าทางต่างๆ ที่เรียกว่า “ปาง” เป็นสำคัญ

ความ เชื่อนี้เริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ยุคพระเวทของอินเดียโบราณ นอกจากการที่พราหมณ์จะรจนา คัมภีร์ฤคเวท ยชุพเพท สามเวท แล้ว ยังเพิ่มส่วนที่เรียก “อาถรรพเวท” ขึ้นมาอีก อันเป็นจุดกำเนิดของแนวคิดแบบตันตระ ในเรื่องของการบูชาเทวะด้วยวิธีการต่างๆ โดยมุ่งเน้นไปทางอิทธิฤทธิ์-ปาฏิหาริย์ ซึ่งส่วนหนึ่งได้กลายมาเป็นความเชื่อทางไสยศาสตร์ที่ปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน

ดังนั้น ความเชื่อเรื่องตันตระในศาสนาฮินดูนั้นจะเป็นเรื่องของการใช้เวทมนตร์คาถา เครื่องรางของขลัง การปลุกเสกด้วยการพร่ำบ่นสรรเสริญเทพเจ้า รวมไปถึงการแสดงออกทางร่างกาย เพื่อบูชาองค์เทวะ เช่น การร่ายรำ การร่วมเพศ การบูชายัญ เป็นต้น ดังนั้น แนวคิดแบบตันตระก็จะเข้าไปปะปนอยู่กับลัทธินิกายต่างๆ ที่บูชาเทพเจ้า เช่น ไศวนิกาย ไวษณพนิกาย และศักตินิกาย โดยเฉพาะ “ศักตินิกาย” จะเป็นการเทิดทูนเทวสตรี เช่น พระแม่อุมา พระลักษมี พระสุรัสวดี เป็นใหญ่ ให้ความสำคัญต่ออิตถีเพศโดยการบูชา “โยนี”

บทความพระเครื่อง

พุทธกับไสยไปด้วยกัน

ต่อ มา เมื่อเกิดพุทธศาสนาขึ้นในอินเดีย ผู้คนหันมาให้ความเคารพนับถือเนื่องจากแนว คิดของพุทธศาสนาไม่แบ่งแยกชนชั้นวรรณะ และยึดหลักการทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว ความขัดแย้งต่างๆ เริ่มผ่อนคลาย แต่ในระยะเวลาต่อมา

เมื่อพวก พราหมณ์เริ่มมีอิทธิพลขึ้นมาอีก ศาสนาพุทธจึงจำเป็นต้องปรับตัวรับเอาคติความเชื่อบางส่วนของศาสนาพราหมณ์ เข้าไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพุทธศาสนาเกิดข้อขัดแย้งแบ่งออกเป็น 2 นิกาย ได้แก่ เถรวาทหรือหินยาน และอาจาริยวาทหรือมหายาน แนว คิดแบบตันตระก็เข้าไปผสมผสานกับฝ่ายที่ปรับตัวอย่างเด่นชัดซึ่งก็คือ พุทธแบบมหายาน มีการให้ความสำคัญต่อเพศสตรีในมหายาน เช่น การนับถือเจ้าแม่กวนอิม การยกย่องพระนางปรัชญาปารมิตา การเคารพต่อพระชายาของพระโพธิสัตว์ต่างๆ ที่เรียกว่า “นางตารา” หรือ “นางโยคินี” ก่อให้เกิดการสร้างรูปเคารพสตรีจำนวนมากในนิกายพุทธแบบมหายาน

บทความพระเครื่อง

พุทธกับไสยไปด้วยกัน

พุทธศาสนามหายานแบบตันตระหรือตันตริก นั้น ได้แยกออกเป็นนิกายหลายนิกาย

สำหรับ “นิกายมนตรยาน หรือ คุย หยาน” ซึ่งเน้นหนักในเรื่องเวทมนตร์ไสย ศาสตร์ คาถาอาคม และอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ ต่างๆ อันจะเกิดผลต่อผู้บูชาและผู้ปฏิบัติอย่างจริงจัง แพร่หลายจากอินเดียเข้าไปใน ทิเบต เนปาล ญี่ปุ่น จีน และเข้าสู่สยามประเทศในที่สุด โดยเข้ามาปะปนกับแนวความเชื่อทั้งในศาสนาพราหมณ์และศาสนาพุทธ มุ่งให้ความสำคัญกับคาถาอาคม อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ อำนาจเหนือธรรมชาติ อันไม่สามารถอธิบายได้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

แต่ได้ลดระดับของวิธีการบูชาลงให้เข้ากับสังคมและแนวคิดของพุทธแบบเถรวาทที่เจริญรุ่งเรืองในบ้านเราได้

ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่จะได้ยินคำว่า “พุทธกับไสยไปด้วยกัน” ครับผม

คอลัมน์ พันธุ์แท้พระเครื่อง  โดย ราม วัชรประดิษฐ์

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s